เที่ยวเขื่อนปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
 

 



นิราศสุราษฎร์ธานีสู่ศรีธรรมราช
ออกประกาศให้เพื่อนคิดมิตรสหาย
เตรียมกล้องบันทึกภาพบันทึกลาย
เริ่มคนขายผลไม้ริมทางสว่างใจ

"ปากพนัง" เรืองรองทั้งสองฝั่ง
ตะวันออกยังคึกคักและขวักไขว่
ตะวันตกจะข้ามฝากมีสะพานไป
แม่น้ำใหญ่สมชื่อปากพนัง

มีเขื่อนยาวปิดกั้นชั้นอุทก
สายน้ำผกผันกั้นความหลัง
ปรับปรุงแต่งแผ่นดินถิ่นพลัง
ต่อความหวังชีวีเป็นศรีเมือง

สิบประตูกักปิดสนิทแน่น
ก่อเกิดเป็นอ่างข้างกว้างดั่งเหมือง
บนจืด-ล่างเค็มเลียเล็มเรือง
ก่อประเทืองพัฒนา...พัฒนา...

 

ที่สะพานท่าเทียบเรือโดยสารข้ามฝากฝั่งตะวันออก (ข้ามไปฝั่งตะวันตกค่าโดยสาร1บาทเท่านั้น) เห็นชาวบ้านกำลังใช้เสียมขูดตัวเพรียงออกจากเสาที่ท่าเรือ

สอบถามชาวบ้านว่าทำไมในแม่น้ำนี้ถึงมีตัวเพรียงได้ ได้ความว่าน้ำในด้านล่างท้ายเขื่อนยาวประมาณ 6 กิโลเมตรกลายเป็นน้ำเค็มตลอดเวลาเพราะการผลักดันน้ำจืดไม่มีเป็นเหตุให้น้ำที่เคยจืดและกร่อยบ้างตามฤดูกาลกลายเป็นน้ำเค็มไป.

 

ภาพเป็นของชมรมนักนิยมไพรสุราษฎร์ธานี เดือน 9 ปี 2005

 
 
กรมชลประทานได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง เมื่อ กันยายน พ.ศ. 2536 สิ้นสุด พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538
การดำเนินก่อสร้างทั้งประตูน้ำและขุดลอกคลองสาขาอื่นๆระหว่างก่อสร้าง พ.ศ. 2538-2547 ใช้งบประมาณ 15,800 ล้านบาท
 
 

 

 แนะนำเว็บทางวิชาการที่น่าสนใจ

โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
เมนูงานวิจัย และการแก้ไขผลกระทบหลังโครงการ

กลุ่มชุมชนเมือง 
กลุ่มนากุ้ง  กลุ่มนาข้าว  กลุ่มป่าจาก
กลุ่มป่าพรุ  กลุ่มประมงพื้นบ้าน  กลุ่มไม้ผลและยางพารา  กลุ่มไร่นาสวนผสม


พื้นที่ :คนลุ่มน้ำปากพนัง ชีวิตที่หยุดนิ่งพร้อมสายน้ำ
 


 วงจรชีวิตกุ้งก้ามกรามโตน้ำจืด ไข่น้ำกร่อย

   ในช่วงฤดูการวางไข่และผสมพันธุ์ กุ้งก้ามกรามที่มีขนาดลำตัว 10-12 เซนติเมตร อายุกุ้ง 5-6 เดือน ขึ้นไป จะเคลื่อนย้ายที่อยู่ของตัวมันเองลงมาตามแม่น้ำลำคลอง สู่บริเวณน้ำกร่อยที่มีความเค็มโดยประมาณ 9-17 ส่วนพัน  ในบริเวณน้ำกร่อยนี้จะมีการผสมพันธุ์ขึ้น  หลังจากกุ้งตัวเมียลอกคราบเสร็จใหม่ๆ กุ้งตัวผู้จะใช้ก้ามคู่ใหญ่ ป่ายไปตามลำตัวและหัวของกุ้งตัวเมีย เป็นการเกี้ยวพาราสีกันตามธรรมชาติ กุ้งตัวเมียจะหงายท้องขึ้นและเคลื่อนตัวเข้าสู่ใต้ท้องของกุ้งตัวผู้เพื่อรับน้ำเชื้อจากตัวผู้ น้ำเชื้อจะเป็นสีขาวข้นๆ เมื่อน้ำเชื้อออกมาแล้ว กุ้งตัวเมียก็จะคว่ำตัวลงตามปกติ การเกี้ยวพาราสีเช่นนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที

     หลังจากนั้น 6 ชั่วโมง ไข่จากตัวเมียจะเคลื่อนที่ออกมาผสมกับน้ำเชื้อของตัวผู้ ซึ่งติดกับขาเดินคู่ที่ 1,,2,3,4 ทีมีขนของตัวเมียแล้ว ไข่จะไม่หลุดไป ขาจะโบกน้ำเพื่อให้ออกซิเจน เวลาผ่านไป 17-19 วัน  อวัยวะภายในไข่จะมีครบต่อจากนั้นแม่กุ้งจะฟักไข่ออกมาเป็นตัวอ่อน จะห้อยหัวลงว่ายน้ำ รวมตัวกันบริเวณที่มีแสงสว่างมากๆ

   ในช่วงนี้หากแม่กุ้งออกไข่ในน้ำจืด ลูกกุ้งก้ามกรามก็จะตายในเวลาต่อมา  ไข่จะมากน้อยขึ้นกับขนาดและความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมดีด้วย

     จะเห็นได้ว่าสัตว์เป็นจำนวนมากหลายชนิดต้องอาศัยนิเวศน์น้ำกร่อยเป็นวัฎจักวงจรชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้งหอย ปู และแพลงตอนมากมายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ล้วนเป็นห่วงโซ่อาหารซึ่งกันและกัน รวมถึงป่าชายเลน การปิดกั้นรอยต่อทางเดินของวงจรชีวิต เช่นเขื่อนที่ปากน้ำจะทำให้ความหลากหลายของสัตว์น้ำสูญพันธุ์ได้เช่นกัน.
 

ชีววิทยา :สัตว์และพืชในนิเวศน์น้ำกร่อย (รอยต่อของน้ำเค็มและน้ำจืด)