Surat Thani Eco Tours Homepage for visitors wishing to enjoy unique experiences in and around the city of Surat Thani including the mountains, beaches, National Parks and wilelife.Wonderful Surat Thani Province...Adventure and excitement in the great outdoors South Thailand.

 

 

ขี่จักรยานสำรวจเส้นทางสาย"ในบาง "อันรื่นรมย์

 

     เมื่อความเจริญสะดวกของถนนหนทางใกล้เข้ามาวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำริมบางริมห้วยน้อยใหญ่ก็เริ่มแปรเปลี่ยน ชมรมนักนิยมไพรสุราษฎร์ธานีพาท่านย้อนอดีตของถนนสายในบาง-ท่าฉาง ในสมัยที่ถนนสายนี้ยังไม่ได้ราดยางมะตอย

พวกเราปั่นจักรยานออกจากใกล้หน้าราชภัฎสุาษฏร์ธานี พวกเราออกเดินทางกันในขณะที่แดดกำลังดีตอนในตอนเช้า ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนอีก 2 คนได้ออกเดินทางไปพักแรมรออยู่ที่ อ.ท่าฉางก่อนแล้ว

   
พวกเราแวะที่เกาะลำพู ซึ่งเคยมีต้นลำพูดาดดื่นเดี๋ยวนี้ตายหายไปหมดเพราะมีการดูดทรายขึ้นมาถมเกาะทรายถมรากของต้นลำพูที่โผล่พ้นดินออกมาดูดอากาศไม่ได้ ต้นลำพูที่เคยมีมากมายบนเกาะนี้จึงล้มหายตายจากไป

    ต้นลำพูที่นี่เกิดเองตามธรรมชาติ ซึ่งอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมสูง

    เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่เกิดเองตามธรรมชาติอยู่ตรงกลางของแม่น้ำตาปีโดยเกาะนี้จะอยู่ค่อนใกล้ชิดกับริมฝั่งด้านทิศตะวันตกมากกว่าอีกด้าน เกาะลำพูนี้อยู่ห่างจากปากแม่น้ำตาปีประมาณ 5 กิโลเมตร

    ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใกล้ชุมชนเมืองที่สุดโดยบนฝั่งตรงข้ามของเกาะนี้เป็นที่ตั้งของสถานีตำรวจเมืองสุราษฎร์ธานี

 

    คลองบางใบไม้เป็นคลองด่านที่สองที่พวกเราต้องข้ามไป ถนนลูกรังตลอดสายสองฝั่งคลองเป็นพื้นที่นิเวศน์ชุ่มน้ำ เมื่อฤดูฝนน้ำหลากก็นองเจิ่ง จึงมีพืชพรรณเดิมที่อาศัยระบบนิเวศน์นี้อยู่ทั่วไป เช่น ต้นลูกจาก มะพร้าว ป่าเสม็ด ทุ่งกระจูด ฯลฯ

 

    คลองที่สามและสี่ที่พวกเราข้ามไปคือคลองกล้วยใหญ่เป็นคลองใหญ่โดยมีคลองสาขาคือคลองกล้วยเล็กทอดติดต่อกัน   โดยคลองกล้วยใหญ่ด้านหนึ่งเชื่อมติดต่อกับแม่น้ำตาปี ถนนสายนี้เป็นลูกรังเมื่อรถใหญ่วิ่งสวนหรือแซงฝูงจักรยานของพวกเราปอดของพวกเราก็อิ่มเอมขี้ฝุ่นกันอย่างทั่วถ้วน......

 

แต่เดิมท้องที่บริเวณนี้อุดมไปด้วยนาข้าวเพราะน้ำท่าสมบูรณ์เรียกได้ว่าเป็นแม่น้ำร้อยสายที่วกวนเชื่อมคลองเล็กคลองน้อยของแม่น้ำตาปี-คลองฉลาก-คลองพุนพิน ออกสู่ทะเลได้มากมายหลายปากทาง

     พื้นที่นาข้าวได้ลดถดถอยลงทุกวัน มีนากุ้งเข้ามาแทนที่ แม่น้ำลำคลองเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะ โดยที่ทางการไม่ได้มีมาตรการอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียวกับการควบคุมจำกัดขอบเขตหรือโซนของการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

    เห็นได้ว่าพื้นที่นากุ้งดังกล่าวได้ผุดขึ้นทุกลำบางของพื้นที่ตลอดบริเวณนี้โดยไร้มาตรการในการปกป้องความบริสุทธิ์ของแม่น้ำดังกล่าวแต่อย่างใดรวมถึงการปกป้องป่าชายเลนของคลองลิเล็ด หรือทุกปากคลองที่ใกล้ทะเลซึ่งเป็นนิเวศน์น้ำกร่อย  นอกจากมีเพียงป้ายคำขวัญของการให้รู้คุณค่าของป่าชายเลนเท่านั้นไม่กี่ป้ายที่ปักอยู่ตามริมทางถนนสายนี้

   เนื่องจากเส้นทางนี้บางตอนยังเป็นเส้นทางเก่าของชุมชนที่ใช้ติดต่อกันอยู่แต่ดั้งเดิม หลายแห่งเป็นสะพานไม้เล็กๆ มีความจำกัดในการติดต่อออกนอกพื้นที่ ต้องในการจราจรทางน้ำเท่านั้นสู่โลกภายนอกได้

    แต่ในขณะนี้ถนนหนทางได้เชื่อมติดต่อถึงกันหมดแล้วเป็นถนนเก่าบ้างถนนใหม่บ้างทะลุถึงกันหมดและเส้นทางนี้สามารถเป็นลัดไปสู่ถนนสายท่าฉางสายใน (สายเก่า) สามารถร่นระยะทางได้เกือบ 10 กิโลเมตร โดยไม่ต้องไปอ้อมที่ถนนสายสุราษฎร์-พุนพิน

ถนนสายในบาง-ลิเล็ด-พุนพิน มาสิ้นสุดที่ตรงสามแยกใกล้กับหลัก กม.ที่ 7 เส้นทาง อ.พุนพิน-ท่าฉาง สายใน (สายล่าง) จะผ่านที่ทำการเทศบาลท่าฉางคลองท่าฉาง ตลอดสายของถนนเส้นนี้คืออู่ข้าวอู่น้ำของ จ.สุราษฎร์ธานีแต่ไหนแต่ไรมาช้านาน จึงเห็นท้องทุ่งรวงทองได้โดยทั่วไป คูคลองน้ำท่า ปลา อาหาร จึงอุดมสมบูรณ์

    เมื่อขบวนจักรยานของพวกเราไปถึง อ.ท่าฉางแล้วได้พักรับประทานอาหารข้าวปลาที่นี่ พักผ่อนกันที่บ่อน้ำผุดแห่งหนึ่งก่อนย้อนรอยกลับทางเดิมเพื่อสำรวจเส้นทางนี้อีกรอบ

พบแมลงปอพันพันตัวบินว่อนที่คลองบางปอแต่กล้องดิจิตอลตัวเก่านี้นี้มีจุดอ่อนคือซูมได้เพียงเท่าเดียวเท่านั้น จึงจับภาพแมลงปอเกือบไม่เห็นเลยและถนนที่พวกเราผจญมาหลายจุดก็เป็นเลนหลุมอย่างที่เห็น

 



ขี่จักรยานออกกำลังวังชา  ขี่ชมบรรยากาศโสภาสดใส  ขี่รถน่องปั่นทางไกล  ขี่ไปกินไปแวะร้านริมทาง