นำเที่ยวดงแย้แถว ต.
ควนสุบรรณรอยต่อ อ.บ้านนาสารกับ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
วันนี้พวกมันออกมากันเยอะพอสมควรชูคอกันสลอนตามปากรูทั่วพื้นหญ้าและพื้นทราย
มันรู้เวลาคนจะให้อาหารเสริมจึงพาเหรดออกมาจากรูในเวลาเช้า
อาหารที่เจ้าของบ้านนำมาเลี้ยง คือกล้วย ในฤดูที่แตงโมออกก็มีแตงโมด้วยมันจะชอบมาก ทุกตัวเชื่องๆกับเจ้าของสวนมันระดมออกมาจากรูของมันมาที่ลานปูนซิเมนท์ กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเต็มไปหมด
ปกติแล้วอาหารตามธรรมชาติของแย้ก็คือแมลงต่างๆ
สวนผสมผสานแห่งนี้
ซึ่งมีผลไม้หลากหลายนานาพันธุ์ เช่น ทุเรียน
มะม่วงหิมพานต์เป็นต้น
และเจ้าของสวนได้เก็บพื้นที่แปลงหนึ่งให้หลงเหลือแบบธรรมชาติคือเป็นป่าอยู่ประมาณ 3
ไร่
"ป่า"
ไม่ได้หมายความว่าต้องมีต้นไม้ใหญ่มากมายเสมอไป แต่ความหมายของ "ป่า"
คือมีความหลากหลายของพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด มีไม้ชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่างสัตว์เล็กๆ
สัตว์ขนาดกลางอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน คือ "กิน"
กันเป็นห่วงโซ่อาหารพื้นที่เล็กๆเช่นนี้จึงไม่มีสัตว์ใหญ่ๆอยู่ได้ นอกจาก "เหี้ย"
ไม่กี่ตัว
และที่ด้านหลังของสวนแปลงนี้มีหนองน้ำเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่
เกิดจากการทำเหมืองดีบุกในอดีต
เป็นเหมืองร้างแล้วกลายเป็นหนองน้ำหน้าดินส่วนใหญ่ของบริเวณนี้จึงเป็นดินทรายอย่างเห็นได้ชัด
"แย้"
ชอบยิ่งนักกับพื้นที่เช่นนี้ที่สำคัญคนที่นี่ดูแลแย้กันอย่างดีให้อาหารเสริมตลอดเวลา
ศัตรูที่สำคัญของแย้
ศัตรูของตัวแย้ที่สำคัญก็คือมนุษย์เรานี่แหละ
จับมันไปรับประทาน ที่นี่ก็มีคนแอบเข้ามาในบริเวณรอบนอกจับมันไปรับประทานเหมือนกัน นก หมา
ก็เป็นศัตรูที่มันต้องระแวงระไวเช่นกัน
รูของแย้ตัวผู้จะกลม ส่วนรูของแย้ตัวเมียจะแบนและใหญ่กว่าเล็กน้อยตัวผู้จะมีสีสันต์สดสวยงามกว่าตัวเมีย
เมื่อผสมพันธุ์กันแล้วจะวางไข่ครั้งจะประมาณ
6 ฟองขึ้นไปปัจจุบัน แย้ธรรมชาติจะเป็นสัตว์ที่อาจสูญพันธุ์ได้
เพราะเป็นที่นิยมรับประทานกันในหมู่มวลมนุษย์ ซึ่ง "กิน"
ทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยเพราะเดินเข้าไปหามัน
แม้มันจะหลบหลีกลี้หนีลง "รู" แล้วก็ยังตามไป "ขุด"
อ้าว ไม่เชื่อก็ดูรูปที่พวกผมถ่ายมาซิ
แต่พวกผมจับมาทัศนะศึกษาแล้วปล่อยนะ
อ้าว ไม่เชื่อเหรอ...สวัสดี
กฎของรู "แย้"
รูของแย้ รูใครรูมัน
มันไม่แย่งรูกัน
น้อยมากที่มันจะแย่งกัน
นานๆจะมีตัวหลงรูสักครั้ง
เจ้าของรูก็จะบอกว่า
รูกูรูกูครับ
------------------------------
รูกูไม่ใช่รูเอ็งอย่าเข้าผิด
อย่ามาทำดัดจริตเข้าผิดรู
รูใครรูมันเป็นกฎรู
จงหาดูรูเอ็งอย่าเซ็งรู.
|