Surat Thani Eco Tours Homepage for visitors wishing to enjoy unique experiences in and around the city of Surat Thani including the mountains, beaches, National Parks and wilelife.Wonderful Surat Thani Province...Adventure and excitement in the great outdoors South Thailand.


น้ำตกกรุงชัง

Krung Chung Waterfall Paron Locality Kanjanadit District SuratThani Province

"อาทิตย์นี้พวกเราไปน้ำตกกรุงชังกันดีไหม.......หรือว่าไง?”

เออดีเหมือนกันเพราะที่อื่นๆพวกเราไปซ้ำๆกันหลายครั้งแล้ว ที่นี่ยังไม่เคยไป” โหวต ยกมือกันแล้วได้เสียงข้างมาก สรุปว่าไปน้ำตกกรุงชังกันและแล้วพวกเรากลุ่มนักปั่นจักรยานรวมตัวกันได้ทั้งหมด 25 คัน

พวกเราเริ่มเส้นสตาร์ทเส้นกันที่หน้าโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งใจวางแผนกันไปตามเส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-อ.บ้านาสาร พอถึง กม.ที่ 15 ตรงสามแยกเข้าซอย10  จะเป็นเส้นทางไปบ้านป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์อีก 15 กิโลเมตรและเลี้ยวเข้าไปทางน้ำตกกรุงชังอีก 7 กิโลเมตร 

แต่....ขณะที่ปั่นจักรยานมาถึงหน้าโรงเรียนบ้านบางใหญ่เท่านั้น เพื่อนคนหนึ่งซึ่งนำอยู่ในขบวนคันหน้าๆตะโกนมาทางขบวนข้างหลังว่า “ไปทางลัดผ่านสวนยาวพารามีร่มเงาร่มรื่นดีกว่า”  โดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบรับจากใครๆ สอง สามคันแรกก็เลี้ยวเข้าทางถนนริมโรงเรียนบ้านบางใหญ่ ทำให้ทั้งขบวนขับเคลื่อนเลี้ยวเข้าทางนั้นตามๆกันจนหมดทั้งขบวน

ทางลัดที่เพื่อนคนนั้นนำมานี้ออกจากถนนเล็กออกถนนใหญ่  แล้วเข้าถนนเล็กออกถนนใหญ่สลับกันทั้งถนนลาดยางมะตอยและถนนลูกรัง จนออกหมู่บ้านกงตาก ทุ่งรัง ช้างซ้าย คลองสระ ยังไม่ถึง ต.ป่าร่อน เป้าหมายที่ตั้งของน้ำตกกรุงชัง หลายคนเริ่มอ่อนล้าและรู้ตัวว่า “หลงทาง”แล้วเพราะเมื่อหลายคันไปดูเกย์วัดระยะทาง นี่มันขับขี่กันมามาเกือบ 45 กิโลเมตรแล้ว มันไกลกว่าเส้นทางเป้าหมายเดิมมากมายหลายกิโลเมตร 

หลายคนบ่น หลายคนบอกไม่เป็นไรพวกเรามาท่องเที่ยวกันไม่ได้มาแข่งขันทำเวลาทำความเร็ว เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า “ถีบกันลากยาวอย่างนี้เดี๋ยวพอเข้าเส้นทางขึ้นน้ำตกกรุงชังซึ่งเป็นทางลาดชันตลอดจะหมดแรงส่งกันนะ” 

ตอนนี้ขบวนจักรยานแตกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรงฮึดดีเยี่ยม แวะพักศาลาริมทางเพียงพักเดียวแล้วถีบต่อทิ้งขบวนกลุ่มเรี่ยวแรงน้อยกว่าตามหลังมาเป็นขบวนไม่กี่คัน 

ในที่สุดเวลาบ่ายโมงพวกเราทั้งหมดก็มาถึง สามแยกโรงเรียนวัดคีรีรอบ ซึ่งตรงนี้เป็นสามแยกทางเข้าน้ำตกกรุงชังอีก 7 กิโลเมตร พวกเราแวะพักน่องและร่วมรับประทานอาหารกันที่หน้าโรงเรียนนี้  

เริ่มเดินทางต่อหลังจากกระเพาะของพวกเราได้อาหารและน้ำซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเดินทาง แต่บางคนก็แทบไม่แตะดื่มน้ำเลยก็มีตลอดเวลาปั่นน่องตลอดเกือบ 50 กิโลเมตรและอีก 7 กิโลเมตรข้างหน้านี้เป็นเส้นทางผ่านสวนยางพาราเช่นเดียวกันกับตลอดเส้นทางที่ผ่านๆมาแต่เส้นทางสายนี้พวกเราจะเห็นมีสวนผลไม้ต่างๆสลับกับสวนยางพารา เพราะที่นี่หลายพื้นที่หน้าดินใหม่แห่งเพิ่งได้รับการบุกเบิก (รุกป่ามาไม่นานว่างั้นเถอะ)

     พอใกล้ถึงน้ำตกอีก 2 กิโลเมตรพบพื้นที่ป่าธรรมชาติ พบแปลงที่ ปตท.ไปปลูกป่าไว้พบว่าก็ปลูกในที่ๆเป็นป่าธรรมชาติอยู่แล้ว และใกล้ๆนั้นอีกก็พบพื้นที่ป่าธรรมชาติกำลังถูกแผ้วถางถูกบุกรุกและกำลังเผาไม้ที่แห้งแล้วเพื่อเปิดหน้าดินใหม่ขยายพื้นที่การเกษตรให้กว้างออกไปในราวป่า (ไม่รู้จะปลูกกันไปทำไมในเมื่อรักษาของเดิมไม่ได้) 

ก่อนถึงน้ำตกกรุงชัง 1 กิโลเมตรจะมีถนนตอนหนึ่งลาดชันมาก ไม่มีใครปั่นทวนความชันขึ้นได้พ้นเลย มีเพียงคันเดี๋ยวที่พุ่งส่งมาแต่ไกลสามารถขับเคลื่อนผ่านไปได้ และได้รับเสียงตบมือจากเพื่อนๆกันดังก้องริมชายป่ากรุงชังแห่งนี้ เสียงตบมือนั้นดังดั่งเหมือนจะบอกสรรพสัตว์และพันธุ์พืชแห่งป่ากรุงชังที่เหลืออยู่ว่า “พวกเรามาเยี่ยมคุณและพวกเราเป็นห่วงคุณ” 

     ฝนตกพรำๆเสื้อผ้าเปียกหมด หลายคนต้องหาถุงพลาสติกมาปิดห่อกระเป๋า กล้อง สิ่งของจำเป็นเพื่อไม่ให้เปี๊ยกน้ำกัน เดี๋ยวขากลับถนนต้องลื่นแน่ทางดินเหนียวลูกรังเช่นนี้ถ้าล้มแล้วจะก็ ใครไม่ได้ใส่ผ้ากันเข่าแล้วละก็ได้แผลกันทุกคน  ใกล้ถึงน้ำตกเต็มทีแล้วรถจักรยานไม่สามารถขับได้อีกแล้วเพราะว่าเส้นทางหมดต้องเดินป่ากันอีกประมาณ 500 เมตรเท่านั้นต้องเดินผ่านโขดหิน ผ่านลำรางธารน้ำเล็กๆที่ไหลออกจากซอกเหลือบหินมากมาย เย็นชื้นมีต้นมอส เฟิร์นขึ้นเขียวตลอดทาง ไม้ใหญ่คลุมอยู่เบื้องบนตลอดทาง 

พวกเราไม่ได้ยินเสียงน้ำตกเพราะฝนตกกลบเสียงสิ้น คนที่ไม่เคยมาต่างตะลึงกับภาพของน้ำตกกรุงชังที่ผิดแผกต่างไปจากน้ำตกอื่นๆเพราะส่วนใหญ่น้ำตกที่อื่นๆ จะเผยตัวอยู่ตามหน้าผากล่างแจ้งโล่ง น้ำตกไหลรินออกมาจากหน้าผากว้าง แต่น้ำตกกรุงชังนี้อยู่ลึกเข้าไปในเหลือบช่องหินที่สองข้างเป็นหินดำชั้นๆเรียงกันซ้อนๆกันเป็นหมื่นๆก้อนเหมือนพระเจ้าสร้างไว้เอามาเรียงกันเป็นทิวแถว แปลกตาและประหลาดจากน้ำตกอื่นๆ 

น้ำตกกรุงชังสวยเหมือนสาวผิวคล้ำคมขำ...........เวลาข้าชมเจ้ามีไม่มาก อยากพักแรมนอนชมความงามของเจ้าให้ดูดดื่มและดื่มด่ำกับน้ำไสที่ไหลรินออกจากใจเจ้า.....ใกล้มืดค่ำพวกเราต้องกลับ.........ฝนยิ่งพรำใหญ่เสมือนเจ้าก็อาลัย...........เสียง กบ เขียด ร้องส่งท้ายให้โหยหา.......... พวกเรา....สัญญา........จะมาเยี่ยมเจ้าอีก......


สาวกรุงชัง นามสกุลเพชรพนมวัฒน์.....

 น้ำตกกรุงชังสวยดั่งสาวผิวคล้ำขมขำ ความงามของเจ้าเย้ายวนผู้มาพบเห็น

  •  

    กรุงชัง....ที่รัก

    • กรุงชังนามเก่าเล่าขาน
      เป็นตำนานป่าชัฎไกลโลด
      ลึกลับซ่อนเร้นดั่งสาวโสด
      เดี่ยวโดดหลับไหลในวนา
       
    • ยากจะเข้าถึงตัวเจ้า
      กันดารลำเนาเข้าหา
      เส้นทางอ้างว้างในพนา
      เหมือนเจ้าซ่อนหาหลบใคร
       
    • โปรดอย่าซ่อนเร้นหลบหนี
      โปรดเถิดปราณีข้าหวั่นไหว
      ทาก หนาม แหลมคม เหล็กใน
      บาดใจจนข้าร้าวราน
       
    • เผยกายปรากฏอวดโฉม
      ข้าจะเล้าโลมขับขาน
      กล่อมเพลงร้องเห่กังวาน
      ให้สะท้านเขาป่าพนาไพร
       
    • เจ้าเป็นสาวป่าสวยสม
      อุดมทรัพย์สินยิ่งใหญ่
      เจ้าสั่งสมอุทก หลั่งรินใจ
      เจ้าเลี้ยงชาวไพรสมบูรณ์
       
    • กรุงชังมีคุณเอนกอนันต์
      เทือกไพรวัลย์ร่มรื่นไม่ดับสูญ
      แม้มีศัตรูรุกรานให้อาดูร
      ข้าจะทวีคูณเคียงข้างเจ้าไป
       
    • เหล่ามารผจญบีฑาเจ้า
      รุกเร้าเคหะเทวาใส
      บั่นทอนพื้นที่เกรียงไกร
      เผาป่า เผาใจ ร้าวราน
       
    • สองมือของข้าจะโอบกอด
      พร่ำพลอดบอกรักสมัครสมาน
      แรงข้าแม้น้อยนิดก็คิดหาญ
      ปกป้องภัยพาลจัญไร
       
    • สาวเอย..สาวน้อย..กรุงชัง
      ตื่นเถิดจากภวังค์หลับใหล
      มาร่วมมาสานสมานน้ำใจ
      ขับกล่อมเพลงไพร...กรุงชัง.