เอ่ยถึงอุทยานแห่งชาติเขาสก ใน จ.
สุราษฎร์ธานีหลายคนเคยเห็นดอกบัวผุดมาแล้วเอ่ยถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงหลายคนเห็นภาพของเขื่อนเชี่ยวหลาน
เอ่ยถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงนักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่เคยย่างกายเข้าไปสัมผัสเตรียมเสบียงและสัมภาระให้พร้อมจะพาท่านไปสัมผัสป่าแก่งกรุงและล่องแพไปตามลำน้ำคลองยันอันอุดม
อุทยานแห่งชาติแก่งกรุงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยันเป็นป่าผืนเดียวกันโดยมีแม่น้ำคลองยันเป็นเส้นแบ่งแดนการดูแลผืนป่าอยู่ใน ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดีรังสิต
จ.สุราษฎร์ธานี ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเขตอุทยาน อยู่ติดกับลำห้วยคลองวายสาขาของแม่น้ำคลองยันการที่จะล่องแพมาตามลำน้ำคลองยันพวกเราจึงจำเป็นต้องเดินทางขึ้นไปให้เหนือลำน้ำขึ้นไปอีกโดยมีจุดหมายการเริ่มต้นล่องแก่งที่ปากห้วยบางจำพวกเราเดินทางต่อ
รถต้องตะลุยทางลูกรังที่ทุรกันดารขึ้นลงลูกเขาหลายลูกเพื่อไปยังหน่วยรักษาป่า
"ห้วยบางจำ"อยู่ไปทางเหนือของแม่น้ำคลองขึ้นไปอีกประมาณ 25
กิโลเมตร
มีเส้นทางเดียวที่จะไปได้ต้องออกอ้อมผ่านหมู่บ้าน "คลองวาย "ซึ่งเมื่อ 8
ปีก่อนเป็นป่าผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มาก
ปัจจุบันถูกบุกรุกจนพรุนไปทั้งป่าผืนป่าถูกแบ่งแยกป่าคลองวายจึงถูกกันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงเพราะยากแห่งการดูแลรักษาป่าเสียแล้วกระนั้นก็ตามวันนี้บนเทือกสูงหลายลูกพวกเรายังเห็นเป็นป่าที่สมบูรณ์มีความหลากหลายของพืชพรรณไม้เหลืออยู่หลายแห่งและกำลังถูกแผ้วถางจุดไฟเผาป่าชาวบ้านกำลังเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมบนป่าต้นน้ำชั้น
1
เทือกเขาลูกแล้วลูกเล่ากลายเป็นสวนยางพาราและกาแฟเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอีกไม่นานน้ำในคลองวายสาขาคลองยันก็จะแห้งเหือด!
เมื่อมาถึงที่หน่วยรักษาป่า"บางจำ"
เจ้าหน้าที่"ป่าเพื่อชีวิต"พาพวกเราเดินป่าขึ้นไปทางเหนือของคลองยันใช้เวลาเดินป่าประมาณกว่า
1 ชั่วโมง ก็ถึงปลายสายน้ำห้วยบางจำที่ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำคลองยันสายแม่
ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำพุมดวงด้านล่างไหลมาบรรจบรวมกับแม่น้ำตาปีที่
อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
ที่ปากห้วยปางจำเป็นหาดทรายขาวเหมาะแก่การค้างแรมวันรุ่งขึ้น
แพไม้ไผ่พร้อมแล้วสำหรับการเริ่มล่องแก่งกันพวกเราร่วมทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วนำสัมภาระขึ้นแพ
พวกเราล่องแพกันอย่างสนุกสนานหรรษายิ่งนักบนสายน้ำนี้คุณสุภาพสตรีขึ้นไปอยู่บนแพคุณสุภาพบุรุษส่วนใหญ่ทำหน้าที่พายถ่อ
สลับกับการลงในน้ำ ลาก
รุนอยู่ตลอดเวลาเมื่อถึงช่องแก่งหินที่มีอยู่ตลอดเส้นทาง
ซึ่งแต่ละแก่งสวยงามยิ่งเหมือนน้ำตกน้อยๆตลอดสาย
พวกเราล่องกันมาจนถึงเวลา
5 โมงเย็นถึงริมหาดใหญ่
น่าอัศจรรย์ยิ่งนักริมแม่น้ำสายนี้มีชายหาดใหญ่หลายแห่งตามคุ้งน้ำต่างๆ
แม่สายน้ำนี้ไม่หยุดนิ่งไหลเชี่ยวกรากตลอดเวลาแม้ยามนี้เป็นฤดูแล้งที่ฝนไม่ตกทิ้งช่วงห่างหลายเดือนแล้ว
แต่ที่นี่ยังเปี่ยมน้ำขณะที่สายน้ำอื่นๆหลายแห่งทั่วประเทศแห้งขอดจอดไม่ต้องแจว
แต่คลองยันวันนี้ยังแจว พาย งัด ล่องแก่งได้ตลอดทาง
เป็นดัชนีบ่งบอกว่าผืนป่าที่นี่ยังยิ่งใหญ่ไพศาลในวันนี้
เย็นวันนี้มีนกเงือกกาฮังฝูงใหญ่บินผ่านที่พักค้างแรม
หลายคนได้รับบาดแผลเล็กๆน้อยๆจากไม้ไผ่บาด แข้งขาชนหิน
โชคดีที่มีสาวพยาบาลนักนิยมไพรมาด้วย 2 ท่าน ช่วยตกแต่งทายาให้
รัตติกาลคืนนี้ตั้งแคมป์สนทนากันเรื่องป่าผืนนี้มีมนต์มีเสน่ห์
มีสัตว์ป่าชุกชุม
ตลอดริมแม่น้ำคลองยันพวกเราเห็นร่องรอยเท้าสัตว์ป่าชนิดต่างๆเดินลงมากินน้ำตลอดทางพวกเราต่างเป็นห่วงอายุและเนื้อหนังของผืนป่านี้ว่ากำลังถูกแทะกัดกร่อนไปด้วยสวนยางพาราและสวนกาแฟ
พวกเราไม่กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ประจำและลูกจ้างชั่วคราวที่รักษาป่าอยู่
เพราะกำลังพลแทบไม่มีเลย ขวัญกำลังใจก็แทบหาไม่ได้
นโยบายของรัฐคนกับป่าก็ไม่ชัดเจน
.
รุ่งเช้าฟ้าสางหมอกทาบทาภูเขาที่ซ้อนๆกันขึ้นไปเป็นลูกๆไกลลิบตาสวยงามยิ่ง
เสียงชะนีร้องโหยหวนดังก้องป่าแก่งกรุง
พวกเราปรุงอาหารร่วมกันประหนึ่งกองทัพที่ต้องสามัคคี
เพราะทางข้างหน้าไม่มีใครรู้ว่าแก่งหินต่างระดับน้ำมันโหดมากเพียงใดหลังจากที่ได้ผจญมาเมื่อวานนี้มันสนุกตื่นเต้นจนลืมความเหน็ดเหนื่อยและความเมื่อยล้าทั้งปวง
ก่อนเดินทางต่อบางคนขึ้นหาหวายป่าซ่อมแพที่ทรุดโทรมบางลำบิดเบี้ยวเนื่องจากผ่านการชนกระแทกแก่งหิน เช้า 10 นาฬิกาเก็บเต้น เปล
สำภาระขึ้นแพพร้อมเดินทางต่อไป
ต่างผลักแพออกจากฝั่งพร้อมไม้ไผ่ค้ำถ่อออก
เดินทาง แพของพวกเราผ่านแก่งใหญ่ 3
แห่งผ่านแก่งเล็กนับไม่ถ้วนแล้วมาเจอกับต้นไม้ใหญ่ล้มขวางคลองเต็มลำยาวประมาณ
16 เมตร
มีช่วงกลางของแม่น้ำเท่านั้นที่สามารถลอดแพไปได้เพราะรอยหักด้านขวาของท่อนไม้หักกลางลำคลองชี้ขึ้นลอยพ้นน้ำเพียงเล็กน้อย
จำเป็นต้องนำสัมภาระต่างๆออกจากแพเสียก่อน
นำแพลอดไปทีละแพแล้วเอาสัมภาระขึ้นแพอีกที
ข้างหน้าพบรังผึ้งใหญ่ทำรังอยู่บนต้นยวนใหญ่และสูงมากนับได้ถึงกว่า10รัง |