|
| |
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง |
|
|
ประวัติความเป็นมา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อ พ.ศ. 2517
มีอาณาเขตครอบคลุมท้องที่ตำบลเขาพัง ตำบลไกรสร
อำเภอบ้านตาขุน และตำบลตะกุกเหนือ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มต่ำของป่าผืนนี้ทั้งมวลกลายเป็นทะเลของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน
|
ลักษณะภูมิประเทศ
เทือกเขาสลับซับซ้อนความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป
มียอดเขาวงเป็นยอดเขาสูงสุด 1,272 เมตร มีความลาดชันสูงเป็นเขาหินปูน
พื้นที่เขตน้ำท่วมเขื่อนรัชประภา
มีแนวน้ำท่วมไปตามลำห้วยสาขามากมายและตลอดของคลองแสงสายแม่
พื้นที่ลุ่มต่ำเคยเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง กระทิง วัวแดง กวาง
สัตว์ป่าขนาดใหญ่มากมายและพันธุ์พืชลุ่มต่ำ ปัจจุบันเหลือยอดเขาลาดชันหน้าดินบางและเกาะน้อยใหญ่นับร้อยเกาะมีน้ำล้อมรอบ
ลักษณะภูมิอากาศ
มีฝนตกชุกระหว่างปลายเดือนเมษายน-มกราคม อุณหภูมิในช่วงระยะ 5 ปี ที่ผ่านมา
15.10-38.00 องศา ปริมาณน้ำฝน 1,741.40 มม.
ชนิดป่าและพรรณไม้
เป็นป่าดิบชื้น ชนิดไม้สำคัญคือ ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน ยาง เสียดช่อ จำปา ยูง
กระบาก นาคบุตร พะยอม ตะแบก สมอพิเภา กระท้อน หว้า ปาล์ม ไผ่หลายชนิด และหวาย
|
|
 |
สัตว์ป่า
มีสัตว์ขนาดใหญ่เช่นช้าง กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง
เลียงผา เสือ
กระจง ลิง ค่าง กระรอก หมี
หมาใน ชะมด อีเห็น นกเหงือก นกกก นกขนหิน เหยี่ยว ไก่ฟ้า
นกหว้า นกยูง และนกชนิดต่างๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจ
บริเวณเทือกเขาริมเขื่อนรัชประภามีภูมิประเทศสวยงามมาก ระดับน้ำสูงสุดประมาณ
98
เมตร
ยอดเขาที่พ้นเหนือน้ำกลายเป็นจุดสวยของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลานในวันนี้
แผ่นน้ำยาวไปตามคลองแสงเดิมประมาณ
60
กิโลเมตรและแผ่นน้ำเลียลามไปตามคลองสาขาของคลองแสงสายแม่กว้างใหญ่ไพศาลมีซอกซอยมากมายไปจนจรดอุทยานแห่งชาติเขาสก
อ.พนม
จ.สุราษฎร์ธานีและเขตรักษาสัตว์ป่าคลองนาคา จ.ระนอง
และเป็นรอยต่อกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยันอีกด้วย
โดยมีเทือกเขาหลังคาตึก เขายาว
เขาแดน เขาแดนมุย เขาลัง เขาวง เป็นสันปันน้ำ
|
สืบ นาคะเสถียรกับป่าคลองแสง
(อพยพสัตว์ป่าเขื่อนเชี่ยวหลาน)
|
"เชี่ยวหลาน"
เป็นชื่อแก่งน้ำแห่งหนึ่งในบริเวณคลองแสง ซึ่งเป็นคลองที่มีน้ำเชี่ยวมากที่สุดใน
ฤดูน้ำหลากสองฟากฝั่งคลองคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง และอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งจัดเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อยู่บริเวณรอยต่อสามจังหวัดของภาคใต้ คือ ระนอง
พังงา และสุราษฎร์ธานี บนยอดทิวเขา สูงจากระดับน้ำทะเล ปานกลางประมาณ 1,000
เมตร ซึ่งบัดนี้พื้นที่ป่าดงดิบแสนๆห้าหมื่นไร่ได้จมอยู่ใต้น้ำลึกเกือบ 100 เมตร กลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่
คลองแสงที่เคยมีแก่งหลายแห่งไหลตามธรรมชาติถูกปิดกั้น ทำให้น้ำไหลเอ่อสองฝั่งตามร่องเทือกเขายาวประมาณ
60 กิโลเมตร
นับตั้งแต่เริ่มมี การกักเก็บน้ำเมื่อวันที่ 3
เมษายน 2529 ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ไหลบ่าท่วมป่าใหญ่จมหายไป ส่วนที่เป็นเนินเขาและภูเขาก็ถูกตัดขาด
แบ่งแยกเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายถึง 162 เกาะ
สัตว์ป่านานาชนิด ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นต้องได้รับ ผลกระทบ
เนื่องจากแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมฉับพลัน มีสัตว์ป่าจำนวนมากที่อพยพ
หนีน้ำไม่ทันก็ต้องตายไปเป็นจำนวนมากไม่น้อยกว่า 338
ชนิด ในจำนวนนี้มี สัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง
สมเสร็จ เสือลายเมฆ เลียงผา ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกหว้า และกบทูต สัตว์ที่ติดอยู่บนเกาะ
ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ต้องพากันจมน้ำหรืออดอาหารตายอย่างทรมานในที่สุด
สัตว์ที่หนีน้ำได้ไปยังพื้นที่ใหม่ก็ผจญกับเจ้าถิ่นคงไม่รอด
ส่วนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ช่วยได้พามาอนุบาลที่สถานพักฟื้นเขาท่าเพชรก็เครียดตายหมดในเวลาต่อมา
|
|
|
สืบได้ผลิตงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่าออกมามากมายตั้งแต่การสำรวจติดตามชนิดและพฤติกรรม
การทำรังของนก สำรวจแหล่งอาศัยของกวางผา ค้นหาและศึกษาพฤติกรรม ของเลียงผา
มาจนถึงการสำรวจศึกษา สภาพทางนิเวศของป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่ฯ งานวิจัย เหล่านี้
ทำให้เขาเริ่มผูกพัน กับสัตว์ป่าอย่างจริงจัง
ต่อมา พ.ศ.2529 สืบได้รับมอบหมาย ปฏิบัติงานในหน้าที่
หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชประภา(เชี่ยวหลาน)
จังหวัด สุราษฏร์ธานี
ให้เข้าไปช่วยเหลืออพยพสัตว์ป่าที่ตกค้างในอ่างเก็บน้ำ
ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน
สืบได้ทุ่มเทเวลาให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่าที่หนีภัยน้ำท่วมโดยไม่ได้นึกถึง
ความปลอดภัยของตนเองเลย จากการทำงานชิ้นดังกล่าวสืบ นาคะเสถียรเริ่มเข้าใจ
ปัญหาทั้งหมดอย่างถ่องแท้ เขาตระหนักว่าลำพังงาน วิชาการเพียงอย่างเดียว
ย่อมไม่อาจหยุดยั้งกระแสการทำลายป่าและสัตว์ป่าอันเป็นปัญหาระดับชาติได้
ดังนั้นเมื่อมีกรณี รัฐบาลจะสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณทุ่งใหญ่ฯ
สืบจึงโถมตัวเข้าคัดค้านเต็มที่
สืบรีบเร่งทำรายงานผลการอพยพสัตว์ป่าจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เพื่อบอกทุกคนให้รู้ว่าการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกทำลายถิ่นที่อยู่เดิมนั้น
เป็นเรื่องที่เกือบจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง
เขื่อนใหญ่ได้ทำลายล้างเผ่าพันธุ์ห่วงโซ่แหล่งอาหาร
ตลอดจนที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ความช่วยเหลือจากมนุษย์ไม่สามารถชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปได้
|