Surat Thani Eco Tours Homepage for visitors wishing to enjoy unique experiences in and around the city of Surat Thani including the mountains, beaches, National Parks and wilelife.Wonderful Surat Thani Province...Adventure and excitement in the great outdoors South Thailand.

 

คลองบางมอญตำนานแห่งขุนเขาและท้องน้ำที่แปรเปลี่ยน

    น้ำจากคลองแสงสายแม่เอ่อท่วมท้นล้นแทรกลึกและสูงขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งได้ระดับความลึกประมาณ70 เมตรแผ่นน้ำก็กลบริ้วรอยของปากคลองสาขาคือคลองบางมอญจนมิดมืดอยู่ใต้น้ำเป็นน้ำผืนเดียวกันกลายเป็นทะเลสาบผืนใหญ่ทับลุ่มต่ำของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงทั้งมวล 


แผนที่เขื่อนเชี่ยวหลาน
และแม่น้ำสาขาคลองมอญ


แผนที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

     ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงตั้งอยู่ที่บริเวณ คลองตะเคียนริมอ่างเขื่อนเชี่ยวหลาน บริเวณนี้เคยเป็นคลองสาขาของแม่น้ำคลองแสง ปัจจุบันถูกน้ำท่วมแล้วแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงเรียกชื่อเดิมอยู่ถ้าท่านจะเดินทางไปเที่ยวก็ต้องไปที่ทำการเขื่อนเชี่ยวหลานก่อนแล้วเดินทางบกไปอีกเล็กน้อยก็จะถึงที่ริมอ่างเขื่อนที่เรียกว่าคลองตะเคียนนี้จุดหมายในครั้งนี้ที่พวกเราจะเดินทางไปสำรวจท่องเที่ยวคือคลองบางมอญ โดยจะเริ่มต้นนั่งเรือหางยาว 2 ลำออกจากที่นี่ไปยังจุดหมาย.......ป่าคลองบางมอญ

    ก่อนออกเดินทางคืนนั้นพวกเราพักแรมกันที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงได้สนทนากับหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ของกองอนุรักษ์กรมป่าไม้ได้กล่าวว่าพื้นที่ดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงที่ถูกน้ำท่วมได้ถูกเพิกถอนไปให้กับการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตโดยเอาระดับน้ำขึ้นลงของริมอ่างเขื่อนเป็นเกณฑ์ในการดูแลคือ 1 เมตรจากระดับน้ำเป็นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงดูแลต่ำกว่านี้ลงไปจนถึงท้องน้ำหรืออ่างเขื่อนทั้งหมดกินเนื้อที่ประมาณ 1 แสน 5 หมื่นไร่ เป็นการดูแลของ กฟผ.นั่นหมายถึงการทำไม้ในอ่างเขื่อนต้องเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายไม่งั้นก็ผ่านขึ้นบกออกจากเขื่อนไม่ได้..............

    ค่ำคืนนี้พวกเราสิบกว่าคนพักแรมกันที่แพในน้ำวางแผนประมาณปริมาณจำนวนอาหารกันให้พอดีกับการเดินทางเหนือขึ้นไปบนเทือกเขาคลองมอญซึ่งข้างบนจะเป็นสันปันน้ำให้กับสองลุ่มน้ำขนาดใหญ่ การแบกสำภาระเดินป่าขึ้นในบนที่สูงสลับกับที่ราบบางตอนนั้นน้ำหนักของสัมภาระที่เพิ่มขึ้นอีกเพียง 2 หรือ 3 กิโลกรัมมันหนักหนาสาหัสสากรรจ์กับทุกย่างก้าวของคนที่เรี่ยวแรงใกล้หมดแล้ว นักเดินป่ารู้กันดี.........

 

หน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวหลาน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง

 ถ้าท่านจะร่วมเดินทางไปกับพวกเรา คืนนี้ก็หลับให้สบายพรุ่งนี้เช้าเครื่องเรือหางยาวจะกระหึ่มก้องท้องน้ำเขื่อนเชี่ยวหลานพาท่านสัญจรไปยัง

 Klong Bang Mol

"รุ่งอรุณบางคนยังหลับใหลนิทราแต่ผมหลับๆตื่นๆอยู่ในเปลไกวที่ขึงผูกปลายทั้งสองกับต้นไม้ได้ยินคนข้างเปลนอนของผมคุยกันถึงความใหญ่โตอลังการของถ้ำนี้ ข้างบนถ้ำนั้นยังมีหลายชั้น หลายคนยังไม่ตื่นหลายคนยังหลับใหลแต่ สองคนนั้นไปสำรวจถ้ำกลับมาแล้ว!"

ตะวันทอแสงบางๆฉายฉาบทั่วท้องแผ่นน้ำทะเลสาบเชี่ยวหลานหลังจากอาหารมื้อเช้าของพวกเราตกถึงท้องทุกคนแต่งเริ่มแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงบ้างแต่งชุดสนาม บ้างแต่งชุดสามัญ  ตามอัชฌาสัย  เสบียงข้าวปลาของแห้งขาดไม่ได้ทีเดียว ถูกนำฝากกับเป้คนนั้นนิดคนนี้หน่อยสะพายหลังออกเดินทาง

จุดหมายอยู่ที่ผืนป่าคลองบางมอญ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่อ่างเขื่อนเชี่ยวหลานทางทิศตะวันออกโดยเดินเรือห่างจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเรือหางยาว 2ลำพาพวกเราออกห่างขอบทะเลสาบเชี่ยวหลาน บางครั้งก็เฉียดเข้าใกล้ริมขอบอ่างเขื่อนสลับกันไปตามภูมิพื้นที่ของเขื่อนเชี่ยวหลานเรือได้ผ่านเกาะแก่งทะเลสาบหลายเกาะเรือแล้วเข้าหาฝั่งเพื่อเข้าไปใกล้ๆชมถ้ำผาที่โผล่พ้นน้ำโดยส่วนล่างจมอยู่ในน้ำ กลายเป็นถ้ำครึ่งบกครึ่งน้ำเมื่อเลยจากจุดนี้มาระยะหนึ่ง

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงคนหนึ่งซึ่งเคยร่วมงานกับทีมคุณสืบ นาคะเสถียรช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกน้ำท่วมอย่างโชกโชน ชี้มือลงในแผ่นน้ำแล้วกล่าวว่าใต้บริเวณกลางทะเลสาบตรงจุดนี้เคยเป็น"ปากคลองบางมอญ" ที่ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำสายหลักคือคลองแสงรวมเป็นคลองแสงอันยิ่งใหญ่และกลายเป็นอ่างเขื่อนในเวลาต่อมา

และเกาะเล็กๆที่อยู่หน้านี้เคยเป็นยอดภูเขาเป็นช่องที่สายน้ำคลองบางมอญไหลผ่านเมื่อเรือแอบเข้าไปทางทิศตะวันออกริมฝั่งก็จะมองเห็นอ่างน้ำเวิ้งว้างและซอนไซลึกเข้าในเหลือบเขามากมายจนหลงทางได้เพราะแต่ละเส้นทางนั้นก็คือทางเดิมของคลองสาขาต่างๆของแม่น้ำใหญ่คือคลองแสงคนบังคับเรือชี้มือเข้าไปในเหลือบช่องเขาข้างหน้าแล้วบอกว่า ป่าคลองบางมอญต้องเข้าทางช่องน้ำนี้


ด้วยกิตติศัพท์ของความอุดมสมบูรณ์ของ"กล้วยไม่รองเท้านารี"
พวกเราจึงเลือกมาผจญภัยบนป่าสูงแห่งนี้เพื่อค้นหาพืชพรรณดังกล่าว 

 

      เรือลึกเข้ามาในช่องเขาจนน้ำตื้นเขินไม่สามารถเดินทางต่อไปได้อีก พบซากไม้ตายซากขนาดกลางมากมาย ยืนท้าแดดลมแช่อยู่ริมอ่างเขื่อนมากมายเมื่อถึงฤดูน้ำมากไม้เหล่านี้ก็จมอยู่ใต้น้ำ พวกเราทิ้งเรือหางยาวจอดไว้ที่นี่ไม่ต้องกลัวใครมาขโมยเพราะอาจไม่เคยมีใครเข้ามาที่นี่เลย นอกจากนักล่าสัตว์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากล่าว

   พวกเราได้เห็นเป็นขวัญตาเห็นป่าที่ไร้ร่องรอยการมาเยือนและยินยลของมนุษย์ป่าต้นน้ำคลองบางมอญส่วนที่น้ำท่วมไม่ถึงยังคงทอดตัวยาวและสูงขึ้นไปๆจนเกือบถึงสันปันน้ำแห่งเทือกเขากลุ่มนี้ ที่นี่กันดารทางวัน เต็มไปด้วยโตรกผาชะง่อนหินแก่งหินที่แหลมคมหลายจุดมีหลุมบ่อเล็กๆคมมากบนสันเขาเล็กๆระดาดไปหมด บางแห่งก็ต้องใช้มือจับเถาวัลย์ รากไม้ให้สปริงตัวดึงตนเองขึ้นไปเป็นครั้งคราวราวลิงทโมนเหมือนท่องตำนานลึกลับซับซ้อนแห่งขุนเขาผมถามเจ้าหน้าที่เขตฯว่าเราจะเดินเข้าไปห่างจากอ่างเขื่อนเท่าใด เขาบอกว่าประมาณ 15 กิโลเมตรแต่มันสูงมากต้องอดทนและทรหดถ้าอยากสำรวจความบริสุทธิ์ของป่าแห่งนี้

      ระหว่างทางบางครั้งก็วกมาพบกับลำห้วยคลองบางมอญอีกตรงนี้มีต้นไม้ใหญ่คือตะเคียนทองล้มขวางข้ามห้วยเป็นสะพานให้พวกเราเดินข้ามไปอีกฟากหนึ่งได้  ใกล้บริเวณนี้ได้พบน้ำตกเล็กๆสูงประมาณ10เมตรมีน้ำไม่มากนักคือห้วยบางมอญเองพื้นที่มันต่างระดับกันมากเลยกลายเป็นน้ำตกไหลผ่าช่องหินออกมาสู่เบื้องล่างเตี้ยๆเซาะจนพื้นล่างเป็นแอ่งเล็กๆพวกเราสอดส่องสายตากันเต็มที่ว่าพอมีปลาให้จับกินบ้างไหม เพราะได้เวลาจะรับประทานอาหารบ่ายกันสำหรับวันนี้ที่นี่กันแล้ว


     ยามเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ายิ่งเพิ่มความหิวโหยให้กับท้องใสเป็นยิ่งนัก พบสัจจะธรรมว่าอยู่ในป่าดง น้ำพริก ปลามีก้างมากมายตัวกระจิ๋วมะขามเปียก ก็อร่อยไม่แพ้หูฉลามหรือต้มยำรวมมิตรในเมือง


     พวกเราพยายามเดินต่อไปโดยทุกคนในทีมไม่มีใครรู้ว่าข้างหน้าจะเจอทางชันและโขดหินในรูปแบบไหนอีก ไม่มีใครเห็นจุดหมายว่าอยู่ตรงไหน หย่อมสันเขาเล็กสันเขาน้อยบดบังทางกว้างทุกขณะเส้นทางเดินป่าในครั้งนี้รู้แต่ว่าข้ามช่องเขาขึ้นลงๆและไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆและสูงขึ้นไปตลอดเส้นทางวิบาก 

ที่สำคัญอย่าทิ้งกลุ่มให้ห่างกันมากนักเพราะถ้าเกิดใครแตกกลุ่มหลงทางน้ำตาและกำลังใจเท่านั้นที่จะเป็นเพื่อนได้ฉะนั้น
คนแรงดีกว่าต้องเอื้ออาทรหยุดรอคนอ่อนแรงกว่าให้เดินทันเสมอ


   จนกระทั่งต้องผ่านหน้าผาช่องแคบเป็นทางเดียวที่จะผ่านไปข้างหน้าได้พื้นที่เป็นไหล่เอียงเล็กน้อยกว้างประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 10 เมตรเมื่อมองลงไปรู้สึกว่าตรงที่ยืนกันอยู่น่าจะเป็นชะง่อนแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาเสียบอากาศกลางเวหาเมื่อมองต่ำลงไปเบื้องล่างเห็นหุบเหวอันกว้างใหญ่ไพศาลเป็นแอ่งกระทะจนไหล่กระทะไปติดกับเทือกเขาที่ไกลลิบโอบล้อมอยู่ ทำให้นึกถึงแอ่งทั้งหมดของคลองแสงที่ถูกน้ำท่วมว่า คงมีสัตว์น้อยใหญ่จมอยู่ในน้ำนั้นนับล้านชีวิต! ตั้งแต่แมลง กบฑูต เก้ง กวาง กระจง ชะมด บ่าง ชะนีที่ตะเกียกตะกายหนีน้ำที่ไล่เอ่อสูงขึ้นมาจนหมดแรงบนยอดเขาจนน้ำโอบล้อมจวบจนมิดเขา
 

     หลายคนขาสั่นริกๆใจหวิวๆไม่กล้าเดินผ่าน ต้องบอกว่าอย่ามองลงไปข้างล่างให้เกาะต้นไม้แล้วค่อยๆเดินไปหลายคนทำใจไม่ได้เลยต้องให้นั่งยืนอยู่ใกล้ๆหน้าผาให้เกิดความเคยชินสักพัก  ตะวันก็เริ่มคล้อยต่ำใกล้อัศดง  ในที่สุดทุกคนก็เดินผ่านหน้าผานั้นไปได้ทุกคนพบว่าในป่านี้เต็มไปด้วยต้นตะเคียนทอง สะตอป่า เหรียงป่า ต้นไทรเป็นแหล่งอาหารของนกที่สำคัญ พบลานนกหว้ามารำแพนเกี้ยวพาราสีกัน  ป่าหินปูนอย่างนี้เลียงผาย่อมมีชุกชุมทนแล้งทนน้ำได้ดีกระโดดเก่ง ยังคงเป็นดาวประจำป่าหินปูนแห่งคลองบางมอญ ใกล้ค่ำรอมร่อแล้วเรายังไม่พบที่เหมาะสมจะพักพิงกันเลย โชคดีอะไรอย่างนั้น เสียงของเพื่อนนักเดินป่าคนหนึ่งตะโกนมาแต่ไกล "พบถ้ำๆ ถ้ำใหญ่ๆ"  แล้วเรียกร้องให้เดินไปตามเสียง คืนนั้นพวกเราเลยได้อิงแอบถ้ำนิรนามพักพิงกันและด้วยกองไฟไล่สัตว์ 2 กองเพื่อความปลอดภัยและรับไออุ่น


     รุ่งอรุณบางคนยังหลับใหลนิทราแต่ผมหลับๆตื่นๆอยู่ในเปลไกวที่ขึงผูกปลายทั้งสองกับต้นไม้ได้ยินคนข้างเปลนอนของผมคุยกันถึงความใหญ่โตอลังการของถ้ำนี้ ข้างบนยังมีหลายชั้น  หลายคนยังไม่ตื่นหลายคนยังหลับใหลแต่สองคนนั้นไปสำรวจถ้ำกลับมาแล้ว!


   สรุปได้ว่าด้านหลังของถ้ำนี้ชนไหล่เข้าเป็นแนวยาวต้องมีทางเดินเข้าไปในถ้ำหลายจุดแน่เพราะมีหลายชั้น ผมได้ไปท่องเที่ยวโดยเพื่อน 2 คนนั้นเป็นไกด์นำทัศนาจร โดยนอนจินตนาการภาพถ้ำบนเปลนอนก่อนลุกขึ้นออกไปดูของจริงเช้านี้พวกเดินทางต่อไปได้สักเล็กน้อยก็พบลำรางเล็กๆเป็นสาขาของลำห้วยคลองบางมอญ ตอนนี้คลองบางมอญหายไปอยู่ทางทิศไหนพวกเราไม่รู้แล้วเพราะฉีกทางเดินออกไป…..

   ใกล้จะถึงสันเขาที่สูงที่สุดของกลุ่มเขาเทือกนี้แล้ว พบเต่าขนาดกลางและปลาตระกูลปลาซิวหางสีส้มอ่อนขนาดเล็กหลายตัวตามลำห้วยดังกล่าว เมื่อไต่เขาสูงขึ้นมาอีกก็จะไม่พบรางน้ำหรือแหล่งน้ำซับอีกแล้วจนกระทั่งได้มายืนอยู่ที่บนที่ราบกว้างใหญ่ประมาณ 1 ไร่เห็นจะได้กว่าจะขึ้นถึงจุดนี้ได้ต้องผจญกับหินแหลมคมที่เป็นหลุมบ่อตะปุ่มตะป่ำมากมาย ถ้าพลาดล้มลงไปมือที่ไปมือที่ยันกับพื้นก็คือหินคมเหล่านี้จะบาดได้อย่างแน่นอนทุกคนจึงต้องระวังอย่าให้พลาดลื่นล้มหรือเสียหลักการทรงตัวถ้าพลาดล้มนั่นก็คือได้รับบาดแผลอย่างแน่นอนไม่ลึกมากก็ลึกน้อยตามแรงกดนี่แหละถึงสันเขาแล้วบนที่ราบบนนี้!

   อ้าว ! สันเขาทำไมมันไม่แหลมเป็นทู่ๆเสียบอากาศแล้วมองลงไปจะเห็นเบื้องล่างทั้งสองข้างคำตอบก็คือสันเขาเกือบทุกแห่งจะเป็นบริเวณกว้างใหญ่บางแห่งกว้างหลายสิบตารางกิโลเมตรอย่างเช่นภูกระดึงเป็นต้นเป็นที่ราบกว้างใหญ่มหาศาล แต่ที่นี่กว้างไม่มากนักอาจมีบริเวณกว้างกว่านี้ก็ได้ เพราะเราไม่ได้สำรวจอย่างละเอียดอะไรเลยกับเวลาที่มาอย่างจำกัด

   ที่นี่เป็นเทือกเขาแห่งสันปันน้ำฝากหนึ่งน้ำไหลลงให้กับลุ่มน้ำคลองบางมอญและอีกฟากหนึ่งน้ำไหลลงให้กับลุ่มน้ำคลองถ้ำจันทร์…ซึ่งทั้ง 2 ลุ่มน้ำล้วนเป็นลุ่มน้ำสาขาของคลองแสงแห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง ถ้าเดินข้ามป่านี้ออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือก็จะพบกับเทือกเขาสูงกลุ่มคลองมุย....จะเป็นสันปันน้ำขนาดใหญ่คือระหว่างคลองแสงและคลองยันอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง สุราษฎร์ธานี