| 357 Waterfall |
ยุทธการ "ใต้ร่มเย็น" |
น้ำตกเทคนิค (อยู่ไม่ไกลกันนัก) |
ปัง!
เสียงปืนนัดแรกเกิดขึ้นที่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จ.สกลนครในวันที่ 7 สิงหาคม
2508สียงปืนนัดแรกที่ตำบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ
จ.สุราษฎร์ธานีก็แตกในวันเดียวกันผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายคือผู้ใหญ่สี
เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเสียงปืนนัดแรกแตกที่ไหนก่อนระหว่างบ้านนาบัวกับบ้านส้อง
ผลจากการปราบปรามครั้งใหญ่ในเมืองและในชนบทมุ่งจับกุมคุมขัง
ทารุณกรรมทำให้มวลชนอพยพหลั่งไหลเข้าสู่เขตป่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของ
พคท.จึงทำให้เกิดค่าย 508 ที่ตั้งตาม พ.ศ. (2508)เป็นค่ายแรก
และก่อตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนก็ตามขึ้นมาภายหลัง
จากคำบอกเล่าของสหายเก่าในรุ่นนั้นบอกว่าแรกเริ่มก่อตั้งกองทัพฯเขตสุราษฎร์ธานีมีอาวุธปืนเพียง
4 กระบอก เป็นปืนสั้น 9 ม.ม.หนึ่งกระบอก เป็นปืนลูกซองยาว 3 กระบอกเท่านั้น
ค่าย508ถูกปราบปรามอย่างต่อเนื่องต้องอพยพเข้าป่าที่ลึกเข้าไปอีกด้วยความกลัวนายของประชาชนและสหายในสมัยนั้นไม่ไว้ในใครทั้งสิ้นเวลาพูดกันพวกสหายก็จะป้องปากพูด
พูดจากระซิบกระซาบกันอยู่จนติดเกิดความเคยชินก็มี กลางคืนไม่จุดตระเกียงไปเป็นเป้า
จะกินข้าวปลากันก่อนมืดค่ำ
เวลาเดินทางไปไหนคนสุดท้ายจะไม่ทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนไว้บนพื้นจะต้องกลบเกลื่อน
รอยเท่าตลอดเวลา
การปราบปราบทำให้การลงพื้นที่ราบและลำเลียงเสบียงทำได้ด้วยความลำบาก
เพื่อแก้ปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
สหายจำนวนหนึ่งจึงต้องเตรียมไปบุกเบิกเขตงานใหม่ที่อำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
(อีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขาบรรทัด)และที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
(รอยต่อเนื่องของเทือกเขาเดียวกัน) จนเกิดค่ายใหม่ชื่อ ค่าย511 ตาม พ.ศ.2511
นั่นเอง
ในปี พ.ศ. 2514-2515
ปรากฏการณ์อำมหิตของทางการมีการ ถีบลงเขา-เผาลงถัง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราชและพัทลุง
เวลานั้นมณฑลทหารบกที่ 5 ยังไม่ได้ยกฐานะขึ้นเป็นกองทัพภาคที่ 4 และ พล.อ.สัณต์
จิตรปฏิมา มียศเป็นเพียงพลตรี
การปราบปรามที่มุ่งแต่การทหารเข่นฆ่าทำลายล้างหวังให้สิ้นซาก
ทำให้มีผู้ล้มตายและหายสาบสูญไปจำนวนมาก ก็นับว่ามือของพล.อ.สัณต์
จิตรปฏิมาได้เปื้อนเลือดของพี่น้องท้องถิ่นเผ่าพันธุ์เดียวกันจำนวนมากไปแล้ว(ต่อมาสหายและมวลชนตั้งฉายาว่า
"พอลพต" แห่งสุราษฎร์ธานี)
ซึ่งถ้ามองในแง่ของศีลธรรมแล้วก็ถือเป็นบาปกรรมอย่างเหลือหลาย
เพราะไม่ว่าการฆ่าคนนั้นจะถูกต้องตามกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม
ย่อมไม่อาจจะหลีกเลี่ยงจากการผิดศีลธรรมไปได้อีกทั้งการปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดไม่ว่าจะในป่าหรือในกรุง
ก็มิใช่ว่าจะสามารถขจัดความแตกต่างทางความคิดให้หมดสิ้นไปได้ ตรงกันข้าม
มันกลับกลายเป็นเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น
การปราบปรามในปี2514-2515ทำให้มวลชนหลบหนีขึ้นป่าเขาจำนวนมากเป็นประวัติการอีกละลอกหนึ่งเป็นการเสริมให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
และกองทัพปลดแอกฯเข้มแข็งข้นและจากการปิดล้อมทางเศรษฐกิจภายหลังการปราบปรามทำให้เขตค่าย
508,180 และ 357 จำต้องส่งกำลังส่วนหนึ่งไปยังเขตงานใหม่ ทั้งในอำเภอกาญจนดิษฐ์เขตงาน
511 และเขตอำเภอเคียนซา อำเภอพระแสงกระทั่งไปตั้งค่าย 514
ขึ้นมาอีกแห่งในเขตอำเภอเคียนซา จากผลการปราบปรามใน พ.ศ.2514-2515
ครั้นต่อมาเมื่อนักศึกษาปัญญาชนหลบหนีเข้าป่ากันมากในปลายปี
พ.ศ. 2519 (หลังตุลาวิปโยคครั้งที่2) และการเปิดยุทธการใหญ่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2520
การอพยพหลบหนีขึ้นป่าเขาของมวลชนระลอกที่ 3 ก็มีขึ้นอีก
คราวนี้ยิ่งมีจำนวนมากมายกว่าคราวก่อนๆ จนสามารถขยายไปสร้างเป็นเขตงานใหม่ได้ถึง2
แห่ง คือ ค่าย 520 ตาม พ.ศ. 2520 ในเขต
จังหวัดกระบี่ และส่วนไปขยายเขตงานใหม่ในจังหวัดพังงา ระนอง
และชุมพรตามที่กล่าวแล้วในตอนต้น
- มันมีเรื่องที่น่าขำเกี่ยวกับการก่อตั้งค่าย 520
เพราะเกิดขึ้นจากเงื่อนไขนกเขาของลุงขาว 000
ลุงขาวแกอยู่ที่ตำบลลำทับอำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่ แกเป็นคนที่รักนกเขามาก
เลี้ยงประคบประหงมดูแลมันทั้งวัน
ต่อมาตำรวจสายตรวจที่ไปตั้งกองอยู่ที่นั่นคนหนึ่งได้ขอนกเขาของแก แต่แกไม่ให้
ตำรวจคนนั้นจึงบี้หัวนกเขาตัวโปรดของแกจนตาย เป็นการข่มแหงน้ำใจแก อย่างรุนแรง
แกโกรธมากแต่ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ดังนั้น
แกจึงลงทุนเดินทางไปที่อำเภอเวียงสระจังหวัดสุราษฏร์ธานีสืบหาคอมมิวนิสต์จนพบจานนั้นแกก็เป็นคนนำทางพาไปตีสถานีตำรวจแห่งนั้นจนแตก
- ต่อจากนั้น พคท.เขตสุราษฏร์ธานี
ก็ส่งผู้ปฏิบัติงานไปเคลื่อนไหวประจำอยู่ในเขตนั้น
จนเมื่อเกิดการปราบปรามใหญ่ขึ้นใน ปี 2520 ที่มวลชนหลบขึ้นเขตป่าเขามาก
สหายส่วนหนึ่งจากเขตงาน 357 อ.เวียงสระ
ก็พามวลชนจำนวนหลายร้อยคนหลบถอยไปก่อตั้งค่าย520 ขึ้นมาค่าย 520
จึงนับว่าเกิดขึ้นจากนกเขาของลุงขาวแท้ๆ
การเข่นฆ่าที่มุ่งล้างผลาญให้สิ้นซากอย่างไร้มนุษธรรม
ได้ผลสรุปออกมาแล้วว่าไม่อาจแก้ปัญหาการคัดค้านไม่ลงรอยกับรัฐบาลให้สิ้นสุดลงไปได้
- เมื่อปราบปี พ.ศ.2508 ก็เกิดเขตงาน 508 ขึ้นมา
- เมื่อปราบปี พ.ศ. 2511 ก็เกิดเขตงาน 511 ขึ้นมา
- เมื่อปราบปี พ.ศ. 2541 ก็เกิดเขตงาน 541 ขึ้นมา
- เมื่อปราบปี พ.ศ. 2520 ก็เกิดเขตงาน 520 ขึ้นมา
- เมื่อปราบปี พ.ศ. 2523 ก็เกิดเขตงาน 523 ขึ้นมา
แต่ครั้งทางรัฐบาลหันมาใช้รูปแบบของการให้อภัย ให้ความเมตตา
ไม่ว่าจะโดยความจริงใจ
หรือไม่ก็ตามแทนที่จะมีคนหลบหนีขึ้นป่าเขาดังแต่ก่อนกลับมีแต่คนลงมาจากป่าเขาแทน
ความรุนแรงแก้ค่อยๆลดลงนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าโดยพื้นฐานทางจิตใจของคนไทยแล้วไม่นิยมความรุนแรงและการรบราฆ่าฟัน
แต่ความรุนแรงและการประหัตประหารกันของคนในชาติด้วยเหตุผลทางการเมืองที่ผ่านมาเป็นเพราะผู้ที่กุมอำนาจทางการเมืองยุคก่อนๆ
ดำเนินนโยบายผิดพลาดเป็นสำคัญ
การดำรงอยู่ของประชากรไทย 50
กว่าล้านคนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางชนชั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนมีความคิดเห็นทัศนะทางการเมืองเป็นอย่างเดียวกันคนที่สุขสบายได้เปรียบผู้อื่นอยู่ในปัจจุบันย่อมจะมีทัศนะว่าการเมืองในปัจจุบันนี้ดีแล้วแต่คนที่มีแต่ความทุกข์ยากและเสียเปรียบในปัจจุบัน
ย่อมจะเห็นแตกต่างกันเพราะฉะนั้น
รัฐในฐานะผู้รับผิดชอบส่วนทั้งหมดของประเทศจะต้องเปิดใจให้กว้าง
ให้โอกาสแก่คนที่ทุกข์ยากและเสียเปรียบในสังคม
ได้มีโอกาสและเวทีในการต่อสู้อย่างยุติธรรม
ไม่ควรบีบคั้นกีดกันหรือปราบปรามจนทำให้พวกเขาต้องกลายเป็น หมาจนตรอก
จนไม่มีทางเลือก
การต่อสู้ทางการเมืองที่ต้องระเบิดออกมาเป็นสงครามไม่ควรจะเกิดขึ้นมาเลยในเผ่าพันธุ์สายเลือดเดียวกันเพราะไม่ว่าฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะก็ตามย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงพ้นจากโศกนาฏกรรมสำหรับประชาชาติไทยเรา
เมื่อคุณวิจารณ์เดินทางจากค่าย 508ไปรับผิดชอบเขตงานใหม่
และคุณศรีได้รับการเลือกเลื่อนขึ้นมาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการจังหวัดของ พคท.เขตสุราษฎร์ธานีแทน
คุณศรีก็โยกย้ายมาประจำอยู่ที่ค่าย 508 บ้านช่องช้างในปลายปี 2520
มารับงานจากคุณวิจารณ์เพราะว่าค่าย 508 เป็นค่ายใหญ่
และเป็นค่ายหลักในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีในเขตนี้เขาเรียกรวมกันว่า
- เขต ส.ฎ.1 คือสุราษฎร์ธานี 1
รับผิดชอบในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร กิ่งอำเภอบ้านนาเดิม อำเภอเวียงสระ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี และบางส่วนของอำเภอฉวางจังหวัดนครศรีธรรมราช
มีค่ายต่างๆทั้งหมด 5 ค่าย คือ ค่าย 508 ค่าย 180 ค่าย 79 ค่าย 357 และค่าย 357/1
โดยมีค่าย 508 เป็นค่ายหลัก
เพราะเป็นที่ตั้งสำนักงานของเลขาธิการคณะกรรมการจังหวัดด้วย
- เขต ส.ฎ.2 ก็คือพื้นที่รับผิดชอบของค่าย 514
ทั้งหมด และเขต ส.ฎ.3 ก็คือพื้นที่รับผิดชอบของค่าย 511 นั่นเอง
ครั้นเมื่อคุณศรีเดินทางมาประจำอยู่ค่าย 508
ผมก็ย้ายติดตามมาด้วย
ตอนนั้นสุขภาพของผมก็ยังไม่ปกตินักการเดินก็ไม่ปราดเปรียวอีกแล้ว
เพราะไหนแข้งขวาจะพิการ เพราะอุบัติเหตุรถชนในปี 2517 จนคดงอ
แล้วยังมาเจอกับระเบิดเจาะเข้าตาตุ่มซ้ายจนแตกอีก เลยกลายเป็นขาไม่ปกติทั้งสองข้าง
ส่วนที่ใต้รักแร้ซ้ายผมมาเอ๊กซเรย์ดูในคุกบางขวาง สะเก็ดฝังอยู่ 3 ชิ้น
ยังไม่ได้เอาออกจนบัดนี้ ดังนั้น เมื่อมาประจำอยู่ที่ค่าย 508
ก็ได้รับมอบหมายให้ทำงานซ่อมวิทยุและดูแลเครื่องทำไฟตามเดิม
จนกระทั่งเมื่อถึงปลายปี พ.ศ.2521
ตอนนั้นสงครามประชาชนในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีขยายตัวออกไปกว้างขวางมาก
การรบกระทำกันตามท้องที่ราบริมถนนเอเชียและริมทางรถไฟ
ไม่ใช่ไปรบกันบนเขตป่าเขาอีกแล้ว
ในทางยุททหารกองทัพบกปลดแอกฯกลับเป็นฝ่ายรุกต่อกองกำลังของฝ่ายทางการแล้ว
เพราะทางการทหารของกองทัพปลดแอกฯ เขตสุราษฎร์ธานีขยายตัวเติบใหญ่ขึ้นมาก
ในเดือนกรกฎาคม 2521 สามารถโจมตีฐานตำรวจตระเวนชายแดนค่าย โคกแค
อำเภอเวียงสระแตกในตอนกลางวัน
การกุมมวลชนก็สามารถรู้สภาพการเคลื่อนไหวของฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ถึงหน้าค่ายทีเดียว
ดังนั้นการดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนจึงสามารถกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรบการปะทะกันตามหมู่บ้านต่างๆ จึงเกิดขึ้นบ่อยๆ
แทบไม่เคยเว้นสักหนึ่งสัปดาห์..........
- ค่ายตำรวจบ้านท่าเรือเป็นค่ายที่ได้ชื่อว่าแข็งแรงที่สุด
ทหารปลดแอกฯเคยเข้าโจมตีมาแล้ว 2 ครั้งแต่ล้มเหลว
พวกสหายที่เคยไปรบที่นั่นเล่าให้ฟังว่าบังเกอร์ที่ค่ายนี้ทำด้วยซุงทั้งต้นเลยดังนั้นไม่ว่าจะยิงสักเท่าไรด้วยปืนอะไรคนข้างในก็ไม่สะดุ้งสะเทือนนอนร้องเพลงเฉยแถมเรียกชวนพวกสหายกินข้าวต้มเสียอีกด้วยพวกสหายจึงรู้สึกอับอายขายหน้าตลอดมา
ตั้งใจจะเข้าตีแก้ตัวเอาชนะให้ได้ตลอดเวลา
- ดังนั้นพอครั้งที่2
หลังจากตีค่ายตำรวจตระเวนชายแดนค่ายโคกแคที่บ้านดอนเหรียงแตกแล้วและสามารถยึดปืน
ค.60 มาได้ 1
กระบอกพร้อมทั้งกระสุนจำนวนหนึ่งพวกสหายก็เอาไปฉลองที่ค่ายตำรวจบ้านท่าเรือทันทีเพื่อตีให้แตกเป็นการแก้ตัวแต่ปรากฏว่ายิงถล่มเข้าไป
10 กว่าลูกอำนาจของ ค.60 ก็ทำอะไรค่ายบ้านท่าเรือไม่ได้ ลูก ค.60
บางลูกไปเสียบติดอยู่ที่ขื่อไม่ระเบิดก็มี
ส่วนที่ตกลงไประเบิดพวกที่อยู่ข้างในก็หลบไปอยู่ในหลุมหลบภัยนอกกระดิกเท้าร้องเพลงอย่างสบายใจพร้อมทั้งเรียกชวนพวกสหายให้กินข้าวต้มอีก
พอพวกสหายหยุดยิงก็ออกมาร้องเรียกให้พวกสหายยิงเข้าไปอีกเพื่อฟังเสียงเล่นเป็นดนตรีพวกสหายทำอะไรไม่ได้
ก็ต้องเดินแบกปืนคอตกกลับมา
-
ดังนั้นต่อมาเมื่อฝ่ายเทคนิคได้พัฒนาไปอีกขั้นสามารถผลิตอาวุธใหม่ๆขึ้นมาได้คือจรวดและระเบิดเพลิงที่ใช้ขี้ยางพาราและน้ำมันเบนซิลผสมกัน
สามารผลิตจรวจที่ยิงทำลายบังเกอร์และรถถังขึ้นมาได้
พวกสหายจึงเดินไปโจมตีค่ายตำรวจบ้านท่าเรืออีกครั้งภายหลังจากงานปีใหม่ไม่กี่วันปรากฏว่าเที่ยวค่ายบ้านท่าเรือทนไม่ไหวเพราะถูกจรวจและเพลิงครอกทั้งความร้อนและควันไฟและกลิ่นขี้ยางผสมน้ำมันที่ลุกไหม้ไม่ยอมดับถึงจะอยู่ในหลุมก็อยู่ไม่ได้จึงต้องถูกตีแตกจนยอมแพ้พวกสหายยึดอาวุธปืนไปได้เกือบ20
กระบอกจากนั้นก็ถอยกำลังกลับไปยังเขตงาน 514.............
-
วิถีทางต่อสู้
ในหัวเรื่องเอกราช
เป้าหมายคือการอิทธิพลของจักรวรรดิอเมริกาที่ครอบงำประเทศไทย
เรื่องประชาธิปไตยก็คือคัดค้านเผด็จการ
คัดค้านกฎหมายริกรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนต่างๆ
เรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้นมาและจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมในที่สุด
จากเพียงส่วนหนึ่งของหนังสือ "นักโทษประหารคนที่ 310 เขียนโดยนายสุรชัย แซ่ด่าน
click here
|