|
ต้นไม้ใช้ก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน
และใช้ก๊าซออกซิเจนในการหายใจในเวลากลางคืน โดยใช้แร่ธาตุ
N P K
เป็นแหล่งพลังงานในการสังเคราะห์แสง
การเลี้ยงพรรณไม้น้ำในตู้ถ้าไม่มีการเพิ่มเติมให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ
CO2
ต้นไม้ก็จะเจริญช้า และในที่สุดก็จะเฉาเน่าเปื่อยตายไป
ตามปกติก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ได้จากการหายใจของปลา
และสัตว์น้ำแต่ไม่เพียงพอ
เราจึงต้องเพิ่ม
CO2
ให้ต้นไม้ในตู้ปลาที่เลี้ยง
การใช้
CO2
มีอยู่
3
แบบ
1
แบบถัง เป็นถังเหล็ก ภายในอัดก๊าซ
CO2
เอาไว้เวลาหมดต้องเอาไปเติม หรือเอาไปเปลี่ยนถังใหม่
โดยจะต้องติดวาล์วควบคุมการไหลของก๊าซที่หัวถัง เรียกว่าเรกกูเลเตอร์ (Regulator)
แบบถังนี่จะมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะได้ก๊าซ
CO2
เต็มที่ เพียวๆ
2
แบบยีสต์ เป็นการหมักน้ำตาลกับยีสต์ พอยีสต์กินน้ำตาล
ก็จะขี้ออกมาเป็น
CO2
ต่อสายไปลงตู้ หนึ่งขวดน้ำดื่มใช้ได้ประมาณ
20-30
วัน
ใช้แค่ค่าน้ำตาล
2
ถ้วย
กับยีสต์
เหมาะกับตู้ขนาดเล็กเท่านั้น
3
แบบไฟฟ้า
เป็นการใช้ไฟฟ้าไปทำสถิตกับน้ำที่มีออกซิเจน แล้วแปลงเป็น
co2
ออกมา
แสงมีความสำคัญมากกว่า
CO2
เสียอีก หากตู้เลี้ยงพรรณไม้น้ำใดแสงสว่างไม่พอ
ต้นไม้ตู้ไหนๆก็ไม่เคยรอดได้เลย
การใช้หลอดไฟ ฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดนีออน หลอดชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้ในการเลี้ยงไม้น้ำเป็นส่วนใหญ่
เพราะต้นทุนถูกกว่าการใช้หลอดเมทัลแฮไลท์
ข้อดีของหลอดเมทัลแฮไลท์
คือแสงสว่างส่องได้ลึกกว่าแต่ราคาแพงและกินไฟ
นักเลี้ยงพรรณไม้น้ำจึงใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์กันมากกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์ควรมีความเข้มของแสงที่
6500 k
ไปจนถึง
12000 k
ตู้ที่มีพรรณไม้น้ำสีสวยๆสีสดๆมีชีวิตชีวาล้วนเป็นตู้ที่มีแสงสว่างเพียงพอจริงๆ
ทั้ง
O2
และ
CO2
มีความสัมพันธ์สมดุลกันมากเท่าใด ต้นไม้ก็งอกงามเขียวขจีมากเท่านั้น |