|
สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง
เพื่อความอยู่รอดของป่าไม้ไทย
จะเป็นทางรอดหนึ่งของการรักษาพรรณพืชและพื้นที่ป่าไม้ที่เหลืออยู่ประมาณ10เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศไทย
พื้นที่ป่าไม้ในประเทศทั้งในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพรรณสัตว์ป่าส่วนใหญ่ไม่เป็นผืนเดียวกันถูกตัดตอนแบ่งส่วนโดยเกษตรกรและผู้มีอิทธิพลบุกรุกเข้าไปตลอดเวลา
เปลี่ยนหน้าดินจากความหลากหลายพันธุ์ไม้เป็นไม้เชิงเดี่ยวทำลายการเก็บซับน้ำเป็นเหตุให้ห้วยหนองคลองบึงแห้งแล้ง
งบประมาณแต่ละกระทรวงแต่ละกรมกองที่ใช้ประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนเงินมหาศาลในแต่ละปี
เช่นการทำโปสเตอร์ทำโฆษณาเอาดนตรีมาเล่น มันมีแต่รูปแบบสวยงาม
มีมูลค่ามากกว่าจ่ายให้เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาป่าทั่วประเทศซึ่งเป็นผู้รักษาป่าที่เป็นรูปธรรม
ผู้ที่เสนอตัวมาเป็นนักการเมืองมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
สาธารณะสุข การศึกษา เศรษฐกิจ เกษตร การคลัง
ผู้สมัครแต่ละคนจะเสนอสิ่งดังกล่าวมาให้ประชาชนตัดสินใจเลือก
เมื่อผู้ใดได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะนำไปปฏิบัติไม่มากก็น้อยเพราะตนเองได้พูดได้กล่าวนโยบายให้ประชาชนเป็นผู้เลือกนโยบายของตนดีกว่าการให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีแทนพวกเรา
เพราะสภาอาจตกอยู่ในอำนาจผลประโยชน์พรรคร่วมรัฐบาล อำนาจเงิน
อำนาจบารมีผู้มีอิทธิพล ไปเลือกนายกรัฐมนตรีแทนเรา
ปัญหาความแตกแตกภายในชาติในครั้งนี้เกิดจากสภาเลือกเอานายกรัฐมนตรีจากพรรคเสียงข้างน้อยมาเป็นนายกรัฐมนตรี
การเปิดกฎหมายเช่นนี้จึงไม่น่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
การเลือกเลือกผู้นำท้องถิ่น
เช่นนายกเทศมนตรี นายก อ.บ.จ.
ก็เลือกโดยตรงถึงเวลาแล้วที่เมืองไทยควรจะให้ประชาชนได้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงแทนการให้สภาสมผลประโยชน์มาเลือกแทนเราเมื่อผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีออกมาจะถูกใจใครไม่ถูกใจใครก็ต้องยอมรับกันมิฉะนั้นปัญหาการเมืองไทยก็ไม่สงบ
เมื่อผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกะทำผิดเรื่องใดๆเช่นการทุจริตประพฤติมิชอบ
เราก็มีการเมืองภาคประชาชนมีกฎหมายมีอัยการ
ตุลาการมาสืบสวนและตัดสินความผิดกันและการสืบสวนการตัดสินนั้นจะต้องใช้มาตรฐานเดียวกันเพื่อความยุติธรรมและความสงบร่มเย็นของบ้านเมืองต่อไป
|
ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย
23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 |
|
แบบแบ่งเขต + แบบสัดส่วน ทั่วประเทศ มี ส.ส.ได้จำนวน
400
คนบัญชีรายชื่อ 80 คน
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ 45,658,170
คน
1.
พรรค พลังประชาชน 198+34=232
คน
2. พรรค ประชาธิปัตย์ 132+33=165
คน
3. พรรค ชาติไทย
33+4=37 คน
4. พรรค เพื่อแผ่นดิน
18+7=25 คน
5. พรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา 8+1=9
คน
6. พรรค มัชฌิมาธิปไตย 7+0=7
คน
7. พรรค ประชาราช 4+1=5 คน
|
|